35+ ก็ท้องได้ แต่ด้วยอายุจะท้องยาก มาประเมินความพร้อม!!
- BabyAndMom.co.th
- 12 พ.ค. 2565
- ยาว 3 นาที

35+ ก็ท้องได้ แต่ด้วยอายุจะท้องยาก มาประเมินความพร้อม สิ่งที่ต้องรู้กันค่ะ จะได้เตรียมตัว บำรุงให้ถูกจุด!
(1) อายุมากขึ้นจำนวนฟองไข่ลดลง
ข้อนี้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าฟองไข่หมดก็คือท้องไม่ได้ ทำเด็กหลอดแก้วก็กระตุ้นไข่ไม่ขึ้น ไม่มีไข่ให้เอามาปฏิสนธิ
ดังนั้นอายุมากแล้ว ทำการบ้านกันมา 1 ปียังไม่ท้อง อย่ารอ ให้ไปหาหมอมีบุตรยาก ขอตรวจฮอร์โมน AMH ค่ะ
AMH หรือ Anti-Mullerian Hormone เป็นฮอร์โมนหนึ่งของผู้หญิง จะมีปริมาณสัมพันธ์กับจำนวนไข่ใบเล็ก ๆ (antral follicles) ในรังไข่ แพทย์จึงใช้ฮอร์โมนนี้ในการตรวจวัดปริมาณของไข่ในรังไข่ได้
การรู้ผลจำนวนฟองไข่ตั้งต้นจะช่วยในการทำนายการตอบสนองของรังไข่ว่าจะตอบสนองมากน้อย
เพียงใดหากเข้ารับการกระตุ้นรังไข่ และใช้ทำนายการตอบสนองรังไข่ว่าจะมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปหรือไม่ได้อีกด้วย
โดยการทำเด็กหลอดแก้วนั้น จำนวนของไข่มีผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยไข่ตั้งต้นควรมีจำนวนพอสมควร เนื่องจากโดยกระบวนการการรักษานั้นทำให้เหลือตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีพอจะตั้งครรภ์ได้ไม่มาก ซึ่งอาจจะเหลือเพียงน้อยกว่า 30% ของไข่ที่กระตุ้นได้
เมื่อเรารู้จำนวนฟองไข่ตั้งต้นแล้วก็จัได้กลับมสพิจารณาว่าจะรอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ หรือต้องรีบมีลูก ต้องรีบพบแพทย์และบำรุงอย่างจริงจังแล้ว เพราะไข่มันไปไม่รอแล้วค่ะ
.
การตรวจ AMH มีวิธีการตรวจง่าย ๆ เพียงแค่เจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับ Anti-Mullerian hormone (AMH) และส่งตัวอย่างเลือดไปยังห้องแล็บ ซึ่งจะ
ทราบผลการตรวจได้ภายใน 1-2 วัน
โดยการตรวจฮอร์โมน AMH นั้นสามารถตรวจตอนก็ได้โดยไม่ต้องตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน
●การอ่านผล AMH
👉โดยปกติควรอยู่ที่ 1.5 ขึ้นไป หากค่าต่ำกว่า 1 อาจเข้าข่ายท้องยาก กระตุ้นไข่ยาก
หากได้ 1 ยังพอเห็นแนวโน้มว่ายังมีจำนวนฟองไข่ที่สามารถตั้งครรภ์ได้
แต่ถ้าน้อยมากแค่ 0.1-0.2 โอกาสที่จะกระตุ้นไข่ได้ไข่ที่มีคุณภาพจะน้อยมากๆ ค่ะ ซึ่งใรกรณีนี้หากกระตุ้นไข่ไม่ได้เลย อาจต้องใช้ไข่บริจาคเพื่อทำ ICSI ต่อไปค่ะ
.
(2) อายุมากขึ้นรังไข่เสื่อม
รังไข่ก็คือโรงงานผลิตไข่ เราแก่ขึ้นโรงงานก็เสื่อมลง ฮอร์โมนเพศหญิงก็เริ่มลด รังไข่เริ่มฝ่อ เมนส์เริ่มรอบยาว นี่แหละสัญญาณวัยทอง หากพบในวัยก่อน 40 คือวัยทองก่อนวัย หากปล่อยไว้โรงงานพัง กู้ไม่ได้ ไข่ก็ไม่ตก ไม่ท้องค่ะ
เช่นเดียวกันให้ไปเช็คฮอร์โมนตัวนี้ค่ะ FSH
FSH: Follicle Stimulating Hormone
เป็นฮอร์โมนที่หลั่งมากระตุ้นการทำงานของรังไข่ จะหลั่งมาเพื่อให้ไข่โตสมบูรณ์เต็มที่ หลังจากนั้น ฮอร์โมน LH (ฮอร์โมนไข่ตก) ก็จะถูกหลั่งออกมาเพื่อให้ไข่ตก ซึ่งฮอร์โมนสองตัวนี้ต้องตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน
ระดับของ FSH ในร่างกายจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับรังไข่สำรองที่มีอยู่ (ovarial reserve รวมถึงคุณภาพและจำนวนของไข่ที่เหลืออยู่)
ซึ่งทำให้การตรวจวัดระดับ FSH สามารถนำมาใช้ทำนายได้ว่าแม่ๆ มีภาวะเจริญพันธุ์อยู่ในระดับใด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือฮอร์โมน FSH เป็นฮอร์โมนที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพใน "การทำงานของรังไข่"
เมื่อมีจำนวนไข่ลดน้อยลง และคุณภาพของไข่เสื่อมลง ร่างกายจะพยายามผลิต FSH ออกมามากขึ้นเพื่อเป็นชดเชยและจะได้กระตุ้นให้ Follicle หรือฟองไข่ มีการเจริญเติบโตมากขึ้น
การตรวจฮอร์โมน FSH จะเจาะเลือดตอนช่วงมีประจำเดือน 1-3 วันแรก โดยค่า FSH ปกติ ไม่ควรต่ำกว่า 3 และไม่ควรเกิน 10 ถ้าสูงเกินไปแสดงว่ารังไข่เริ่มเสื่อม ถ้า FSH สูงกว่า 40 และ ฮอร์โมน Estradiol (เอสโตรเจน) ต่ำกว่า 5 แสดงว่ารังไข่เสื่อมแล้วค่ะ
ด้วยเหตุนี้เอง หากพบว่ามีระดับ FSH สูงอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่ากำลังจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว หรือ ถ้าเกิดขึ้นในวัยที่ยังอยู่ในภาวะเจริญพันธุ์อาจหมายความว่าแม่ๆ อาจเข้าสู่ "วัยทองก่อนวัย"
หากมีระดับ FSH ต่ำเกินไป อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ ทำให้วงจรรอบเดือนหยุดชะงักไปได้
(มักจะพบในผู้หญิงที่มีอาการของภาวะ Polycystic Ovarian Syndrome หรือ PCOS)
.
(3) อายุมากขึ้นพลังงานในเซลล์ไข่ลดลง
เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น พลังงานในเซลล์ไข่จะด้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การแบ่งเซลล์ของตัวอ่อนมีประสิทธิภาพด้อยลง แบ่งเซลล์ได้ช้า ไม่สามารถเจริญเติบโตไปเป็นบลาสโตซิสต์ หรือบางครั้งหยุดโตกลางทาง หรือไปหยุดการเจริญเติบโตหลังจากใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง ทำให้ไม่เกิดการฝังตัวอ่อน จึงไม่เกิดการตั้งครรภ์
ในเซลล์ไข่นั้นจะมีไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งไมโตคอนเดรียนี้ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ไข่ โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปของ ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์
ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานไฟฟ้าที่คอยสร้างพลังงานให้กับเซลล์ต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้เซลล์ไข่มีพลังในการแบ่งตัวได้อย่างเป็นปกตินั่นเอง
📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Reproductive Biology amd Endocrinology เมื่อปี 2018
ศึกษาพบว่าเมื่อผู้หญิงอายุเพิ่มมากขึ้นประสิทธิภาพในการทำงานของ Mitocondria ลดลง ทำให้เซลล์ไข่ไร้พลัง เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงอายุมากมีบุตรยาก
👉เราจะเพิ่มพลังงานในเซลล์ไข่ได้อย่างไร?
📚มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2009 ศึกษาพบว่า Co-enzyme Q10 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่ ทำให้ไข่มีคุณภาพมากขึ้น โดยได้ทำการทดลองในหนูทดลองที่มีอายุมาก และสรุปผลว่า การทาน Co-enzyme Q10 อาจช่วยเพิ่มคุณภาพของเซลล์ไข่ของผู้หญิงที่มีอายุมาก
📚 อีกงานวิจัยอีกหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility
and Sterility เมื่อปี 2020 ได้ทำการทดลองให้ผู้หญิงอายุมาก (อายุ 38-46 ปี) พบว่าการรับประทาน Q10 ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเซลล์ไข่รวมถึง ลดอัตราการแบ่งเซลล์และโครโมโซมผิดปกติของเซลล์ไข่อีกด้วย
👉Coenzyme Q10 คืออะไร?
CoQ10 คือสารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามินซึ่งร่างกายสามารถผลิตเองได้ในปริมาณหนึ่ง พบในทุกเซลล์ของร่างกาย โดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (Membrane) ของไมโตคอนเดรีย
Co-enzyme Q10 ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง ซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง และพบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต รวมไปถึงเซลล์ไข่ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ ไมโตคอนเดรียมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย
มีคุณสมบัติ ช่วยเพิ่มพลังงาน ซึ่ง Co-enzyme Q10 ทำงานโดยช่วยเพิ่มพลังให้กับ mitocondria
ของเซล์ไข่นั่นเองค่ะ
📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Free radical Biology and Medicine เมื่อปี 2019 ศึกษาพบว่า Q10 จะลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นผู้ญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์หรือเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วควรได้รับ Q10 ในปริมาณที่เพียงพอเพื่อทำให้ไมโตคอนเดรียทำงานได้ดียิ่งขึ้นซึ่งปัจจุบันสามารถหาทานได้จากวิตามินเสริม💊 Q10 ช่วยเพิ่มพลังงานให้เซลล์ไข่แบ่งตัวได้อย่างสมบูรณ์ เป็นการเพิ่มโอกาสได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพและส่งผลต่ออัตราการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นค่ะ
.
(4) อายุมากขึ้นเซลล์ไข่มีแนวโน้มผิดปกติสูงขึ้น
อายุที่มากขึ้นส่งผลต่อคุณภาพของเซลล์ไข่
โดยในทางการแพทย์ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไปเป็นช่วงขาลงของวัยเจริญพันธุ์
🧬เซลล์ร่างกายประกอบด้วยโครโมโซมทั้งหมด 46 ชิ้นหรือ 23 คู่ การที่ทารกจะลืมตาดูโลกนั้นมีจุดเริ่มต้นจากเซลล์สืบพันธุ์ (Gamete) ของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเซลล์สืบพันธุ์นี้ก็จะนำเอาสารพันธุกรรมของพ่อและแม่ไปรวมกันเกิดขึ้นเป็นชีวิตใหม่ขึ้นมา ดังนั้นการที่แต่ละฝ่ายต้องส่งเซลล์สืบพันธุ์ไปปฏิสนธิกันให้เป็นชีวิตใหม่จะต้องส่งไปเพียง 23 ชิ้นเพื่อให้รวมกันเป็น 46 ชิ้น ซึ่งเป็นจำนวนปกติของเซลล์มนุษย์
🧬กลไกการแบ่งโครโมโซมจาก 46 ชิ้นในเซลล์ร่างกายปกติไปเป็น 23 ชิ้นในไข่นั้น ไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง หมายความว่าไข่บางใบอาจแบ่งโครโมโซมได้ 23 ชิ้น หรืออาจมากไปเป็น 24 ชิ้น หรืออาจขาดไปเหลือแค่ 22 ชิ้น
🧬ดังนั้น เมื่อไข่ใบที่มีจำนวน "โครโมโซมไม่ปกติ" แม้ไปผสมกับอสุจิที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ ตัวอ่อนที่เกิดมาจะมีจำนวนโครโมโซมไม่ปกติ อาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 46 ชิ้น ทำให้ตัวอ่อนแสดงความผิดปกติในหลายรูปแบบ ได้แก่
✔ตัวอ่อนหยุดการแบ่งเซลล์ตั้งแต่ยังไม่ฝังตัว
✔ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้
✔ตัวอ่อนฝังตัวได้แต่ไม่สามารถสร้างอวัยวะและเนื้อเยื่อได้ตามปกติหรือท้องลม
✔ตัวอ่อนฝังตัวได้แต่แท้งในระยะต่อมา
✔หรือตัวอ่อนเติบโตจนคลอดออกมา แต่มีความผิดปกติทางร่างกายหรือสติปัญญา
ซึ่งอัตราความคลาดเคลื่อนของโครโมโซมในไข่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้นในแต่ละปี จึงทำให้ผู้หญิงที่มีอายุมากตั้งครรภ์ยากและมีโอกาสแท้งบุตรสูงขึ้น
👉อัตราความผิดปกติของโครโมโซมในเซลล์ไข่สัมพันธุ์กับอายุที่เพิ่มขึ้นดังนี้
โดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้
🔹️อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%
🔹️อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%
🔹️อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90%
รู้ไหม? #อนุมูลอิสระ ส่งผลต่อความเสื่อมของเซลล์ไข่ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้โครโมโซมเซลล์ไข่ผิดปกติ
โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วย
📚มีงานวิจัยศึกษาพบว่า สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก) ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้
โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)
นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก
👉เราจะลดความเสื่อมของเซลล์ไข่จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระได้อย่างไร?
สำหรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก ที่ต้องใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) การมีเซลล์ไข่ที่มีคุณภาพเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ส่งผลต่อโอกาสในความสำเร็จ อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วเป็นการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการคัดเลือกไข่และอสุจิตัวที่ดีที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีช่วยในการคัดเลือก ไข่ที่ดีได้ แต่ ไม่
สามารถทำให้ไข่มีคุณภาพได้
"คุณภาพของไข่" นั้นอยู่ที่การบำรุงและสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายของแม่ๆ เอง ที่ต้องเตรียมบำรุง "วัตถุดิบตั้งต้น" ไปให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอค่ะ เน้นอาหารที่ให้สารอนุมูลอิสระสูง เช่นผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอร์รี่ มะนาวและมะกรูดของไทย
🍋โดยเฉพาะน้ำมะกรูดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ทั้งวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์ และ เควอซิทีน ซึ่งมีงานวิจัยศึกษาพบว่า ช่วยลดอัตราไข่ฝ่อได้ถึง 80% และเพิ่มอัตราตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิสต์ได้อีกเท่าตัว
.
(5) เซลล์ไข่บำรุงได้ 35+ แล้วไง หากบำรุงดีก็มี
โอกาสท้องได้
ถึงจะอายุเยอะ ก็อย่าท้อค่ะ เพราะแม่ๆ สามารถบำรุงเซลล์ไข่ที่มีให้เป็นไข่ที่มีคุณภาพ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ธรรมชาติได้
เช่นเดียวกัน หากต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว การบำรุงไข่ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนไปเก็บไข่เป็นปัจจัยในการเพิ่มโอกาสสำเร็จค่ะ
แม่ๆ รู้ไหม เซลล์ไข่บำรุงได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง ครูก้อยศึกษาค้นคว้างานวิจัย แล้วนำมาสรุปเป็น #สูตรสำเร็จ #คัมภีร์อาหารของคนอยากท้อง มาให้แม่ๆ แล้ว เป็น 5 Keys to Success ดังนี้ค่ะ
(1) เพิ่มโปรตีน : โดยเน้นโปรตีนจากพืช และต้องทานเพิ่มจากความต้องการที่ร่างกายได้รับต่อวัน ปกติจะอยู่ที่โปรตีน 1 กรัมต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ผู้หญิงบำรุงไข่ควรได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
และควรเน้นที่โปรตีนจากพืช ได้แก่ ถั่ว ควินัว งาดำ นมอัลมอนด์ หรือ โปรตีนจากสัตว์ที่ไม่มีไขมัน ไม่มีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงแฝง เช่น ปลาแซลมอน ไข่ นมแพะ
(2) ลดคาร์บ : ให้ลดคาร์บเชิงเดี่ยว พวก ข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ให้เน้นคาร์บเชิงซ้อนจากธัญพืชต่างๆ เช่น งาดำ แฟล็กซีด เมล็ดฟักทอง ข้าวกล้อง เพราะคาร์บเชิงซ้อนจะย่อยนาน เปลี่ยน
แป้งเป็นน้ำตาลช้า ไม่ไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ร่างกายอักเสบ เบาหวาน PCOS หรือ ไข่ไม่ตกเรื้อรัง
(3) งดหวาน : งดเด็ดขาด เพราะน้ำตาลทำลายเซลล์ไข่ เป็นอนุมูลอิสระที่ทำให้เซลล์เสื่อม ร่างกายอักเสบ
(4) ทานกรดไขมันดี : งดไขมันเลย พวกไขมันทรานส์ อาหาร junk food กมูกระทะ ชาบูเนื้อติดทัน ให้ทานไขมันดีจากพืช เช่น เมล็ดฟักทอง แฟล็กซีด อัลมอนด์ งาดำ น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือจากสัตว์ เช่น ปลาแซลมอนด์ ซาร์ดีน ไขมันดี
ช่วยให้ฮอร์โมนเพศสมดุล กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน ทำให้ไข่โตสมบูรณ์ ไข่ตก
(5) เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ : ร่างกายเราผลิตอนุมูลอิสระออกมาตามธรรมชาติอยู่แล้วจากการใช้ชีวิต แต่ปัจจุบันเรายังได้รับจากสารพิษ มลภาวะ การรับประทานอาหารไร้ประโยชน์ และความเครียด ซึ่งยิ่งมีอนุมูลอิสระมากเท่าไหร่ มันก็จะทำลายเซลล์ให้เสื่อมลงเท่านั้น รวมถึงเซลล์ไขาด้วย แม่ๆอยากท้องจึงต้องเน้นทานสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอ ได้แก่ ผัก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ น้ำมะกรูด วิตามินซี วิตามินอี เป็นต้น
➕เสริมวิตามินบำรุง : การทานอาหารอย่างเดียว อ่จทำให้เราได้รับสารอาหารไม่พอและอาดขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นคนวางแผนท้องต้องใช้สูตรทานอาหาร 70% วิตามิน 30% เน้นทานอาหารตามที่กล่าวมาข้างต้น และเสริมด้วยวิตามินบำรุงไข่ ที่ขาดไม่ได้คือ โฟลิก fish oil, Co Q10 และ มัลติวิตามินและแร่ธาตุรวม ซึ่งคนเตรียมท้องต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุให้
เพียงพออย่างน้อยล่วงหน้า 3 เดือน จะเป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ และเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ
ดูแลร่างกายให้ดี กินตามสูตรนี้ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงค่ะ ดังนั้นต้องเริ่มบำรุงกันตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ!
ทั้งนี้การตั้งครรภ์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับไข่อย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญได้แก่
"ความพร้อมของผนังมดลูก" และ "ฮอร์โมนที่สมดุล" ที่ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ให้เป็นปกติตั้งแต่การผลิตไข่ ความสมบูรณ์ของไข่ ประจำเดือน การตกไข่ ความหนาตัวของมดลูกที่พร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว
การทานตามหลักโภชนาการที่ครูก้อยแนะนำจะช่วยปรับสมดุลร่างกาย สร้างไข่แข็งแรงและเสริมสร้างผนังมดลูก และสุขภาพเฮลตี้ในองค์รวม
สุขภาพดีแบบนี้ เบบี๋มาสมใจในเร็ววันค่ะ
_____________________________________________
📱ชมครูก้อย live 40 ก็ท้องได้ หากบำรุงไข่ให้ถูกวิธี
คลิกชมเลยค่ะ →
https://youtu.be/WcrYhG1YS3s
📱ชมครูก้อย live 5 วิธีเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ในผู้หญิง 35+
คลิกชมเลยค่ะ →
https://youtu.be/lnmeDVONDTk
コメント